• ทำไมร่างกายคนเราต้องกินผัก เพื่อสุขภาพที่ดี
    บทความทั่วไป

    ทำไมร่างกายคนเราต้องกินผัก เพื่อสุขภาพที่ดี

    ทำไมร่างกายคนเราต้องกินผัก คุณต้องการป้องกันโรคเบาหวานประเภท 2 ห? คุณกำลังทุกข์ทรมานจากภาวะภูมิต้านทานผิดปกติ โรคอ้วน หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ หรือว่า  คุณต้องการที่จะย้อนกลับหรือปรับปรุงโรคหัวใจเรื้อรัง! การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่คุณสามารถเลือกมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและปราศจากโรคได้   ทำไมร่างกายคนเราต้องกินผัก โภชนาการจากอาหารจากพืช เพิ่มอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งจากพืช เช่น พืชตระกูลถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และผักประเภทแป้งในอาหารประจำวันของคุณ สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มและอิ่ม และด้วยเหตุนี้จึงป้องกันไม่ให้กินอาหารแปรรูปหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่ทำให้คุณป่วยในที่สุด ใยอาหารพบได้เฉพาะในพืช เช่น ถั่ว ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ผลไม้ เป็นต้นนั้นเอง การขาดไฟเบอร์ในอาหารประจำวันของคุณ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน และมะเร็งชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในเลือด การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักมีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอ อาหารนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพและเหมาะสมโดยไม่คำนึงถึงอายุของแต่ละบุคคล มีประโยชน์สำหรับสตรีมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร ทารก วัยเด็ก วัยรุ่น ผู้สูงอายุ และแม้แต่นักกีฬา ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีพืชเป็นส่วนประกอบหลักจะได้รับพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย พวกเขาลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด เบาหวานชนิดที่ 2 โรคความดันโลหิตสูง มะเร็งบางชนิด และโรคอ้วน ทำไมร่างกายคนเราต้องกินผัก เพื่อไม่ให้อ้วน หากว่าร่างกายของเรานั้น มีอะไรที่มากน้อยเพียงใดต่อการกินของเรากับกายเป็นว่าจะได้ประโยชน์แต่กับเสียประโยชน์ไป เพราะเรานั้นหากทานไขมันหรือแป้งและผัก อย่างใดอย่างหนึ่ง มันจะทำว่าให้โทษต่อร่างกายของคูณ ใครที่อยากรู้ว่า คนอ้วนทำไมต้องทานแต่ผักนั้น เพราะเนื้องจากคนที่อ้วนนั้นมีไขมันที่มากเกินไป ทำให้รูปร่างของเค้าอ้วนมากกว่าคนปกตินั้นเอง คนที่อ้วนนั้น ควรหันมากินผักมากขึ้น เพื่อลดไขมันที่ร่างกาย แต่อยากให้ดีที่สุดนั้น คือการออกกำลังกายนั้นเอง ประโยชน์ของของกินจากพืช การกินอาหารจากพืชช่วยทุ่นค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการรักษาลงได้ 80% เห็นได้ชัดว่าการกินอาหารจากพืชช่วยปกป้องและก็เปลี่ยนโรคอะไรบางอย่างให้ดียิ่งขึ้นได้ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นประโยชน์สำหรับในการคุ้มครองปกป้องความแก่รวมทั้งโรคที่เกี่ยวโยงกับวัย โรคอัลไซเมอร์ เบาหวาน โรคมะเร็งบางจำพวก โรคหัวใจ คอเลสเตอรอลสูง ภาวะความดันโลหิตสูง โรคพาร์กินสัน หน้าจอประสาทตาเสื่อมตามอายุ ต้อกระจก นิ่ว นิ่วในไต โรคไขข้ออักเสบ ลำไส้ใหญ่อักเสบ รวมทั้งลดการได้รับเชื้อในมดลูก   การทานอาหารจากพืชยังช่วยลดไขมันในท้อง สิว ภูมิแพ้ อาการหอบหืด กลิ่นเต่า เซลลูไลท์ ขี้กลาก โรคไส้ แล้วก็ปรับปรุง IQ และก็ความเจริญทางความนึกคิดของเด็กฯลฯ เปรียบเสมือนสัตว์รับประทานพืช ผู้ที่เปลี่ยนแปลงมากินอาหารจากพืชเป็นหลัก จะหรูหราโปรตีนในเลือดสูงขึ้นยิ่งกว่ารวมทั้งได้โอกาสขาดสารอาหารน้อยกว่า มีเพียงแค่วิตามินสองจำพวก เป็นวิตามินดีรวมทั้งวิตามินบี 12 เพียงแค่นั้น ที่จำเป็นที่จะต้องได้รับเพิ่ม โดยเหตุนั้นแปรไปทานอาหารจากพืชเพื่อชีวิตที่ยืนยาวแล้วก็แข็งแรง เคล็ดลับความงาม…

    Comments Off on ทำไมร่างกายคนเราต้องกินผัก เพื่อสุขภาพที่ดี
  • ฉันจะสวยขึ้น และดูดีขึ้นให้ได้
    ความรัก,  บทความทั่วไป

    ฉันจะสวยขึ้น และดูดีขึ้นให้ได้

    ฉันจะสวยขึ้น รูปร่างเราก็เป็นส่วนสำคัญของความมั่นใจ คนสวยบางคนมั่นใจแต่ใช้ผิดวิธี บางคนมองว่าไม่น่าสนใจ แต่อย่าลืมนะคะ เวลาที่เราต้องไปทำกิจกรรมต่างๆที่พบปะผู้คนเยอะๆ การมีใบหน้าที่ดีและบุคลิกที่ดีนั้นก็สำคัญเช่นกัน ถ้าเราทำตัวไม่ให้ดูดีสิ่งนี้ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่กล้าแสดงออก ปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปลักษณ์มีบทบาทสำคัญในทุกวันนี้ ส่งผลให้คลินิกความงามหลายแห่งเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีดูแลตัวเองให้ดูดีขึ้น ดูดีจากภายนอกสู่ภายใน ถ้าเรามีสุขภาพดี เรื่องดีๆอย่างอื่นก็จะตามมา ฉันจะสวยขึ้น ภายในหนึ่งเดือน ความสวยความงามเป็นของคู่กันกับผู้หญิงแบบเรา ทุกคนก็อยากจะทำให้ตัวเองดูขึ้นทั้งนั้นแหละ แต่วิธีไหน จะแบบวิธีธรรมชาติหรือให้หมอทำให้ มันก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของบุคคลนั้น เรามาดูเคล็ดลับที่ทำให้ดูดีภายใน1เดือนกันเลยค่ะ เริ่มจากน้ำเยอะๆ กินอาหารที่มีประโยชน์ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างแรกเลย ต้องมีวินัยในเรื่องของการกินและการนอน ทำเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ ทำจนติดเป็นนิสัย  การออกกำลังกาย สำหรับสาวที่ไม่เคยคิดจะออกกำลังกายเลย ควรเริ่มออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-4 วัน และค่อยๆออกหนักขึ้นเรื่อยๆก็ได้ค่ะ  แต่อย่าหักโหมหรือหักโหมจนเกินไป เริ่มต้นด้วยการวิ่งเบาๆ หรือเดินเร็ว ประมาณ 30 นาที  ลงทุนกับครีมบำรุง และขยันทาบำรุงทุกวันทั้งเช้าและเย็น การมีผิวหน้าที่ดีต้องมาจากสาวบำรุงนะคะ ไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง แต่ควรเลือกครีมที่เหมาะกับสภาพผิวของเราจริงๆ และที่สำคัญต้องขยะนทาอย่างสม่ำเสมอ ดูแลเรื่องหุ่นและรูปร่าง จริงๆแล้วจะหุ่นแบบไหนรูปร่างแบบไหนก็ไม่สำคัญ แต่เรื่องการดูแลที่พูดถึงก็คือ พยายามคุมน้ำหนักไม่ให้เยอะเกินไป เพราะถ้าเราน้ำหนักเยอะเกินไป ก็จะทำให้มีโรคประจำตัวได้ พยายามทำให้ตัวเองมีสุขภาพร่างกายที่ดีเข้าไว้  ทัศนคติคือสิ่งสำคัญ แม้ว่าคุณจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ภายในจิตใจก็สำคัญ ต่อให้แต่งตัวดูดีแต่ความคิดไม่ดี ความคิดติดลบ  เป็นเห็นแก่ตัว การทำตัวแบบนั้นจะทำให้ร่วมงานกับคนอื่นยาก ที่ดีที่สุดคือการพัฒนาร่วมกัน ต้องเปลี่ยนทั้งภายในและภายนอกเข้าด้วยกัน    ฉันจะสวยขึ้นเสกผิวโทรมให้สวยขึ้น  การปรับผิวให้สวยขึ้น คุณไม่ต้องรอนาน วันนี้เรามีเคล็ดลับที่ไม่ลับมาแนะนำ ผิวของเราจะได้สวยขึ้น วิธีง่ายๆเลย งดดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ เซลล์ในร่างกายมีส่วนประกอบที่เป็นของเหลวมากมาย และน้ำเป็นแหล่งสำคัญของสารอาหาร เพื่อให้เซลล์แข็งตัว หากเซลล์ได้รับน้ำที่มากและเพียงพอก็จะส่งผลให้ผิวไม่เหี่ยวย่น เต่งตึง และไม่หย่อนคล้อย ชะลอการชราของวัยด้วย และการดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ฝังอยู่ในรูขุมขนได้อย่างง่ายดาย มาในรูปแบบเหงื่อที่มาช่วยป้องกันสิว ดูแลตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดี ให้กับร่างกายของเรา เป้นผลที่ดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น   ผู้หญิงสวย เปลี่ยนแปลงตัวเองให้สวยขึ้นแบบธรรมชาติ

    Comments Off on ฉันจะสวยขึ้น และดูดีขึ้นให้ได้
  • บทความทั่วไป

    คำที่ควรหลีกเลี่ยง เมื่อต้องตอบคำถามเด็กๆ

    เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นเข้าสู่ช่วงวัยช่างซักช่างถาม บางคำถามก็ไม่รู้จะตอบลูกอย่างไรดีจนต้องตอบแบบปัดๆ ไป แต่คุณโองาวะ ไดสุเกะ นักการศึกษาชาวญี่ปุ่นได้กล่าวว่า ผู้ใหญ่มักจะเผลอใช้คำที่ทำให้เด็กๆ หยุดเรียนรู้ไปโดยไม่รู้ตัว มีคำพูดที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรหลีกเลี่ยง คำนั้นจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ แต่หากตอบคำถามเด็กๆ ด้วยคำว่า “ไม่รู้” การเรียนรู้ของเด็กก็จะหยุดเพียงแค่นั้น เพราะสิ่งสำคัญคือ เมื่อรู้แล้ว จึงหาคำตอบว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น การคิดหาคำตอบว่า “ทำไม” เป็นการค้นหาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ หรือก็คือการหาเหตุและผลในเรื่องต่างๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กถามว่า “ทำไมท้องฟ้าตอนเย็นถึงเป็นสีแดง” ก็สามารถให้เหตุผลในทางวิทยาศาสตร์ได้ว่า “แสงแบ่งได้เป็นหลายสี ทั้งสีแดง สีฟ้า สีเขียว แต่สีแดงมีความยาวคลื่นมากที่สุด จึงสามารถส่องมาจากที่ไกลๆ ได้มากที่สุด ในอากาศมีทั้งไอน้ำทั้งฝุ่นที่รบกวนความยาวคลื่นของแสง แสงสีอื่นๆ จึงถูกตัดออกไป ทำให้เหลือแต่สีแดง” การตอบคำถามแบบนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ สามารถคิดตามหลักเหตุผลได้มากขึ้น ทำให้คำถามของเด็กๆ กลายเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะคำถามทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น คำถามง่ายๆ จากเด็ก เช่น “ทำไมมื้อเย็นวันนี้ถึงมีปลาซันมะ” ผู้ใหญ่บางคนได้ยินแล้วอาจจะรู้สึกอิหยังวะ ถามทำไม รีบๆ กินเข้าไปเถอะ แต่อย่างที่กล่าวไป การคิดเชิงเหตุและผลเป็นสิ่งสำคัญ จึงควรตอบด้วยเหตุผลว่า “เพราะตอนนี้เป็นฤดูของมันและราคาก็ถูกด้วย” เมื่อตอบคำถามแล้ว เด็กๆ อาจจะสงสัยและถามต่อว่าทำไมในฤดูของมันจึงราคาถูก ทำให้เกิดเป็นบทสนทนาในครอบครัวได้ การคิดหาสาเหตุของเด็กๆ ก็ถือเป็นวิธีการคิดทางวิทยาศาสตร์ในตัวเองอยู่แล้ว นอกจากนี้ ตัวคุณพ่อคุณแม่เองก็สามารถทำให้คำถามของลูกเป็นเรื่องน่าสนุกขึ้นได้อีก อย่างการถามในเชิงชี้นำว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เช่น “ตอนนี้มีปลาซันมะ เราจะทำอาหารอะไรดี” ก็จะยิ่งทำให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมมากขึ้น กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการสร้างความต่อเนื่องของเรื่องราว การสร้างความต่อเนื่องในเรื่องราว กล่าวคือเป็นการจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากเรื่องที่มีอยู่ ว่าจะสามารถเป็นไปในทิศทางใดได้บ้าง ตัวอย่างเช่น การเล่านิทานก่อนนอนเรื่องกระต่ายกับเต่า แทนที่จะเล่าเรื่องทั้งหมดแล้วจบด้วยคติสอนใจ ลองถามคำถามเพิ่มกับเด็กๆ ดูว่า “คิดว่าหลังจากนี้ กระต่ายกับเต่าจะเป็นอย่างไร” เด็กๆ อาจจะคิดคำตอบที่หลากหลาย เช่น “จะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป” หรือ “กลับมาแข่งกันอีกครั้ง” คำถามปลายเปิดจะทำให้เด็กๆ ได้สนุกสนาน ใช้จินตนาการ ใช้มันสมองสมมติเรื่องราวที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป เด็กๆ พัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา แต่บางครั้งพ่อแม่ก็อาจจะเผลอพูดคำบางคำออกไปโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำให้ลูกหยุดการเรียนรู้ และคำพูดเหล่านั้นก็คือ.. ไม่รู้ คงจะมีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่คิดว่า อย่าถามในสิ่งที่ไม่รู้ เพราะไม่รู้จะบอกคำตอบที่ถูกต้องได้อย่างไร แต่รู้ไหมคะ พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องบอกคำตอบที่ถูกต้องเสมอไป สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่ารู้หรือไม่รู้ แต่คือกระบวนการในการหาคำตอบ แทนที่จะตอบแค่ว่า “ไม่รู้” ก็เปลี่ยนเป็น “งั้นเราไปหาคำตอบด้วยกันดีกว่า” “ไปอ่านหนังสือด้วยกัน” พ่อแม่ก็จะได้ใช้เวลากับลูกมากขึ้นด้วย ช่างมันเถอะ…

    Comments Off on คำที่ควรหลีกเลี่ยง เมื่อต้องตอบคำถามเด็กๆ
  • บทความทั่วไป

    วิธีใช้ชีวิตคนเดียว ให้มีความสุข

    หลายคนคงมีความคิดอยากอยู่คนเดียว การอยู่คนเดียวเป็นสิ่งที่ดี เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้เวลาในการอยู่คนเดียวอาจจะส่งผลเสียแต่สุขภาพจิตของคุณบ้างในบางครั้ง แต่ในทางกลับกันมันก็ช่วยทำให้คุณลดการคิดลบ ความรู้สึกแย่ ๆ ที่เป็นต้นเหตุของอาการซึมเศร้า ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคุณได้ในอนาคต ผลที่ตามมาคือมันจะสอนให้คุณรู้จักบาลานซ์อารมณ์ของตัวเอง และนั่นแหละคือผลลัพธ์ที่ได้จากการอยู่คนเดียว เราจะมาดูกัน  วิธีการเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวอย่างมีความสุข ทำให้การอยู่คนเดียวเป็นเรื่องปกติ การมีเพื่อนและครอบครัวที่สนใจเราเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีได้เสมอ แต่เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ที่พวกเขาเหล่านั้นยุ่งจนไม่สามารถให้เวลากับเราได้เหมือนเก่า แน่นอนความรู้สึกน้อยใจหรือเสียใจย่อมเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการรู้จักที่จะอยู่ตัวคนเดียวและทำให้มันกลายเป็นเรื่องปกติย่อมระงับอารมณ์เสียใจเหล่านั้นไปได้ โดยการฝึกที่จะอยู่กับตัวเองนั้นคุณอาจใช้เวลาไปกับสิ่งที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็น การอ่านหนังสือ หยิบปากกาหรือดินสอมาเขียนหนังสือ ดูภาพยนตร์สนุก ๆ บนเน็ตฟลิกซ์ นั่งสมาธิหรือโยคะ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ช่วยทำให้คุณได้ฝึกฝนและอยู่กับตัวเองมากขึ้น เรียนรู้ที่จะรู้จักตนเอง โดยปกติเราสามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้ ไม่ว่าจะรู้สึกมีความสุข รู้สึกโดดเดี่ยว หรือรู้สึกอยู่ตัวคนเดียว ความรู้สึกเหล่านั้นเป็นสิ่งที่คุณจะต้องใช้เวลาเรียนรู้ไปกับมัน และฝึกฝนการรู้จักตนเอง สังเกตว่าสิ่งไหนคือความสุขที่แท้จริง จากนั้นวางเป้าหมายและลงมือทำมัน ใช้เวลากับธรรมชาติ ไม่มีสิ่งใดที่เงียบสงบและสวยงามไปกว่าการอยู่กับธรรมชาติ คุณสามารถใช้เวลาไปกับการอยู่ในสวนและชมดอกไม้ที่แบ่งบาน พร้อมไปกับการอ่านหนังสือเล่มโปรดของคุณ การได้ฟังเสียงนกร้อง นอนมองท้องฟ้าที่มีเมฆรูปร่างแตกต่างกันออกไป หรือการมองดวงดาวที่ส่องแสงสว่าง ทุกอย่างที่กล่าวมาสามารถช่วยให้คุณผ่อนคลายได้ไม่มากก็น้อย ถ้าหากคุณเป็นคนที่แข็งแรงหรือชื่นชอบการเดินทาง ผมแนะนำให้คุณหยิบรองเท้าใส่เที่ยว หยิบเต็นท์นอน จัดกระเป๋าเดินทางเดินทาง  และออกเดินทางท่องเที่ยวไปกับธรรมชาติครับ พัฒนาตนเอง การพัฒนาตนเองนั้นอาจมีหลากหลายวิธีที่คุณรู้ อย่างเช่น คุณอาจเริ่มด้วยการเรียนดนตรีสักชนิด ไม่ว่าจะเป็น เปียโน หรือ กีต้าร์โปร่ง เขียนหนังสือ รวมถึงการคิดที่จะเริ่มธุรกิจสักอย่าง ฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ หรือการเรียนภาษาเพิ่มเติม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง พิจารณาว่าสิ่งไหนที่ทำให้คุณผ่อนคลายและมีความสุข สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นการเข้าร้านนวดแผนไทย อาบน้ำในอ่างที่เต็มไปด้วยฟองสบู่พร้อมกับจิบไวน์แดง หรือกินป็อปคอร์นพร้อมกับดูเน็ตฟลิกซ์ หยุดสนใจโลกแล้วหันมาสนใจตัวเองในช่วงเวลาพิเศษของคุณ เที่ยวคนเดียวในสถานที่ที่คุณอยากไป การเดินทางไปเที่ยวคนเดียวเป็นเรื่องสนุก คุณอาจรู้สึกว่าการไปเที่ยวคนเดียวเป็นเรื่องที่แปลก แต่อย่าคิดมากครับ จัดกระเป๋าของคุณและเดินทางไปเที่ยวในที่ที่คุณสนใจ หรือวิธีง่ายที่ง่ายที่สุด คือการเดินทางไปในรีสอร์ทสวย ๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เดินคนเดียวกลางเมืองใหญ่ แม้ว่าการเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวอาจหมายถึงการเก็บตัวอยู่ในบ้านและถอยให้ไกลห่างจากโลกแห่งความวุ่นวาย แต่ในบางครั้งมันอาจไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป คุณสามารถใช้ช่วงเวลาที่ดีไปกับการเดินใจกลางเมืองและทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือหรือดื่มกาแฟในสวนสาธารณะ อีกตัวเลือกหนึ่งคือการไปทะเล ความรู้สึกที่ได้ฟังเสียงคลื่นและมีลมปะทะหนาเบา ๆ ช่วยทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ อยู่ให้ห่างโทรศัพท์ การเรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวนั้นคุณจำเป็นต้องไปให้สุดทาง ซึ่งนั่นรวมถึงการอยู่ให้ห่างมือถือ เมื่อคุณอยู่ห่างมือถือคุณอาจสามารถทำอย่างอื่นแก้เบื่อได้เช่น การกินขนมหรือการฟังเพลงสนุก ๆ ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงที่จะทำอะไรแปลก ๆ ในบางครั้งคุณอาจรู้สึกว่าคุณโตมากเกินไปที่จะทำอะไรแปลก ๆ เหมือนที่ทำในวัยเด็ก แต่คุณจะไปสนใจทำไหมละ ความเป็นผู้ใหญ่ไม่สามารถทำให้คุณหยุดเต้นเมื่อฟังเพลงโปรดไปกับการใส่กางเกงในเพียงแค่ตัวเดียว การลิ้มรสไอศครี   มรสที่ชอบ การกินอาหารโปรด การทำกิจกรรมท้าทายอย่างการกระโดดร่ม ที่ทำให้อะดรีนาลีนในร่างกายของคุณพุ่งพล่าน หรือหยุดการร้องเพลงในร้านคาราโอเกะได้ ถึงแม้ว่าเสียงของคุณจะไม่ไพเราะเสนาะหูก็ตาม อย่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่คุณผิดพลาด เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งคุณจะเข้าใจว่าความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตของเราทุกคน ผมไม่ได้ต้องการสนับสนุนให้คุณทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า…

    Comments Off on วิธีใช้ชีวิตคนเดียว ให้มีความสุข
  • บทความทั่วไป

    วิธีการแคะหูให้ปลอดภัย

    คนส่วนใหญ่มักจะใช้ไม้แคะหูหรือก้านสำลีในการกำจัดหรือแคะขี้หูออก ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้อาจทำให้เกิดอันตรายต่อหูชั้นในและแก้วหูทะลุได้ อีกทั้งในบางครั้งขี้หูที่มีปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดความผิดปกติได้เช่นกัน เราได้นำวิธีกำจัดขี้หูที่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงน้อยกว่ามาฝากกัน การแคะหู จำเป็นไหม  ขี้หูของคนเรานั้นช่วยปกป้องช่องหูและส่วนใหญ่สามารถหลุดออกได้เองตามธรรมชาติ แต่ในบางกรณีที่ขี้หูอาจไม่หลุดออกเองและสะสมจนกลายเป็นก้อนขี้หูที่มีขนาดใหญ่ แข็ง และเหนียว ทำให้เกิดภาวะขี้หูอุดตันและส่งผลให้มีอาการหูอื้อ ปวดหู ได้ยินเสียงในหู ได้ยินเสียงลดลงได้ ด้วยเหตุนี้ การกำจัดขี้หูจึงมีความจำเป็นในบางกรณีเท่านั้น วิธีแคะหูอย่างปลอดภัย อย่างที่ได้กล่าวไปว่าการใช้ไม้แคะหูหรือก้านสำลีในแคะเอาขี้หูออกอาจจะทำให้ขี้หูเข้าไปลึกมากขึ้น หากสอดเข้าไปลึกเกินหรือออกแรงมากไปอาจทำให้แก้วหูบาดเจ็บ ทะลุ มีเลือดออก หรือหูหนวก นอกจากนี้ บางคนอาจใช้เทียนหูหรือเทียนละลายขี้หู (Ear Candle) ในการกำจัดขี้หูออกจากช่องหู แต่วิธีนี้ไม่ช่วยในการกำจัดขี้หูแต่อย่างใด และอาจทำให้แก้วหูทะลุและหูหนวกได้  หากต้องการกำจัดขี้หูอาจลองใช้วิธีต่อไปนี้ หยดเบบี้ออย (Baby Oil) มิเนรัลออย (Mineral Oil) ไกลเซอรีน (Glycerine) หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) เข้าไปในหูเล็กน้อย ทิ้งไว้ 1-2 วัน เพื่อให้ขี้หูอ่อนตัวลงและหลุดออกได้ง่ายขึ้น ใช้กระบอกฉีดยาหรือลูกยางสูบน้ำอุ่น เอียงศีรษะและฉีดน้ำเข้าไปในหูในข้างที่ต้องการ รอสักครู่ จากนั้นเอียงศีรษะมาอีกข้างเพื่อให้ขี้หูหลุดออกมา สามารถฉีดน้ำและทำตามวิธีเดิมเพื่อกำจัดขี้หูที่หลงเหลืออยู่ เมื่อทำเสร็จ ใช้ผ้าซับหูด้านนอกให้แห้ง เพียงเท่านี้ก็ช่วยกำจัดขี้หู โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเข้าไปในหูได้แล้ว แม้ว่าวิธีนี้จะปลอดภัย แต่อาจไม่ได้ผลกับทุกคนและก็มีความเสี่ยงที่ขี้หูเข้าไปลึกมากขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ไม้แคะหูหรือก้านสำลีในการแคะหูแบบเดิมก็สามารถทำได้ แต่ควรทำด้วยความระมัดระวังและเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ หากเป็นไปได้ควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบสำหรับใช้กับหูโดยเฉพาะเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น สำหรับผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับหูไม่ควรกำจัดขี้หูด้วยตนเองไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม สุดท้ายนี้ ควรไปพบแพทย์หากทำวิธีข้างต้นแล้วพบว่าขี้หูอุดตันมากขึ้นหรือมีอาการอื่นเพิ่มเติม รวมถึงผู้ที่มีขี้หูอุดตันรุนแรงก็ควรไปพบแพทย์เช่นเดียวกัน ซึ่งแพทย์จะใช้เครื่องมือเฉพาะ ที่สามารถนำขี้หูออกมาได้อย่างปลอดภัย  

    Comments Off on วิธีการแคะหูให้ปลอดภัย
  • บทความทั่วไป

    สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนสอบเข้ามหาลัย

    หลายๆคนอาจจะกำลังเตรียมตัวเข้าเรียนมหาลัย เราจะมาบอกกับสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยมาฝากน้องๆทุกๆคนกันค่ะ ค้นหาตัวเองให้เจอ มีหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไร หรืออยากเข้าคณะอะไร มีหน้าที่เรียนไปเรื่อยๆ คณะก็เลือกตามเพื่อนๆเอา หรือเลือกตามที่พ่อแม่แนะนำให้เลือกเอา ซึ่งการเลือกเช่นนั้นเป็นวิธีการที่ผิดเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากว่าน้องๆเข้าไปเรียนแล้วไม่ชอบ ไม่ใช่ ก็อาจต้องเสียเวลาซิ่วไปเรียนคณะอื่น หรือต่อให้จบแล้วอาจจะต้องทนทำงานนั้นไปตลอดชีวิตก็คงจะไม่ดีแน่ๆ ดังนั้นน้องๆต้องค้นหาตัวเองให้เจอครับ ว่าเราชอบคณะอะไร ชอบทำอาชีพอะไร ซึ่งอาจทำได้โดยดูจากลักษณะนิสัยของตัวเอง ถามรุ่นพี่คณะต่างๆ หรือเข้าร่วมค่ายที่จัดโดยคณะต่างๆเพื่อค้นหาตัวเองให้เจอว่าคณะไหนนั้นใช่สำหรับเรา หาข้อมูลการสอบ วิธีการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยนั้นก็มีหลากหลายทางไม่ว่าจะเป็น รับตรงของมหาวิทยาลัยเอง โควต้าชนิดต่าง หรือจะเป็นการรับผ่านระบบของการสอบกลาง ก็แล้วแต่ ดังนั้นน้องๆก็ควรจะหาข้อมูลให้พร้อมว่าคณะที่เราอยากเข้านั้นรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อผ่านทางไหนบ้าง เพราะยิ่งเราทราบวิธีการรับนักเรียนมากวิธีเท่าไหร่โอกาสในการที่จะได้เข้าคณะนั้นๆก็ยิ่งสูงขึ้นไงครับ ถามรุ่นพี่คณะนั้นให้ชัวร์ การถามรุ่นพี่คณะนั้นๆไม่ใช่การถามถึงวันสอบ การยื่นคะแนน หรืออะไรแนวนั้นนะครับ แต่เป็นการถามถึงรูปแบบการเรียนในมหาวิทยาลัยของคณะนั้นๆ งานที่รองรับเมื่อจบแล้ว เพื่อที่น้องๆจะได้ทราบว่าการเข้าไปเรียนนั้นน้องๆจะเรียนได้รึป่าว เรียนไหวไหม หรือจบมาแล้วรูปแบบการทำงานลักษณะแบบนี้โอเคไหม เป็นต้น เตรียมจัดตารางการอ่านหนังสือ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นเราจะต้องแข่งขันกับนักเรียนทั้งประเทศ ดังนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอนใช่ไหมละครับ ดังนั้นน้องๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งม.6 จะมามัวแต่เล่น เที่ยว หรือเกเร ไม่ได้แล้วนะครับ น้องๆจะต้องมีการจัดตารางการอ่านหนังสือให้พร้อม โดยควรจัดตารางการอ่านหนังสือตั้งแต่เนิ่นๆ อาจจะตั้งแต่เปิดเทอมม.6 และควรวางแผนให้อ่านจบทั้งหมดก่อนสอบประมาณ 1-2 เดือน ไม่ใช่จบในคืนก่อนสอบละคะ ทำโจทย์นั้นสำคัญ นอกจากเนื้อหาที่เราควรอ่านให้จบก่อนสอบ 1-2 เดือนแล้ว การทำข้อสอบก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยอาจทำโจทย์ไปพร้อมกับการอ่าน หรือทำในช่วง 1-2 เดือนที่เหลือจากการอ่านเนื้อหาก็ได้ แต่ต้องทำ เพราะการทำโจทย์นั้นจะทำเหมือนเป็นการลงสนามจริงหลังจากที่อ่านเนื้อหามาอย่างพร้อมแล้ว เพื่อที่จะประเมินว่าเรายังบกพร่องตรงจุดไหน หรือจริงๆแล้วที่เราอ่านมานั้นเราสามารถนำมาใช้ในการทำข้อสอบได้ดีแค่ไหน จะได้ปรับปรุงกันต่อไปไงคะ ท้อได้ แต่อย่าถอย ข้อนี้สำคัญมากนะคะ ในการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นคงเป็นช่วงชีวิตในการเรียนที่หนักที่สุดของน้องๆแล้วละ เพราะต้องแข่งกับนักเรียนทั้งประเทศ หลายครั้งที่อ่านหนังสือน้องๆอาจจะท้อ ซึ่งถ้าหากท้อก็อยากให้หยุดอ่านสักพัก ไปทำกิจกรรมอื่นๆที่อยากทำ และกลับมาอ่านหนังสือต่อ อย่าเพิ่งถอยจนเลิกอ่านไปเลย เพราะระหว่างที่เรากำลังเล่น คนอื่นอาจจะกำลังอ่าน และระหว่างที่เรากำลังอ่าน คนอื่นอาจจะกำลังอ่านมากกว่าก็ได้นะท้อได้ แต่อย่าถอย พี่ๆขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนนะคะ      

    Comments Off on สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนสอบเข้ามหาลัย
  • บทความทั่วไป

    วิธีเตรียมตัวก่อนไปดำน้ำ

    Summer อย่างนี้ ทะเลไทยเป็นอะไรที่สวยที่สุด ช่วงเวลานี้ใครหลายคนคงกำลังมองทริปท่องเที่ยวรับลมทะเลกัน และหนึ่งในกิจกรรมสุดฟินที่พลาดไม่ได้ก็ต้องเป็นกิจกรรมดำน้ำอยากจะไปดำน้ำต้องเตรียมตัวให้พร้อมยังไง วันนี้เราจะมาบอกการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปดำน้ำมาฝากกัน มารู้กันการดำน้ำกันสักหน่อย กิจกรรมดำน้ำชมโลกใต้ทะเลมีทั้งการดำน้ำลึก หรือที่เรียกกันว่า SCUBA Self Contained Underwater Breathing Apparatus เป็นการดำน้ำที่ต้องใช้อุปกรณ์ในการช่วยหายใจ การดำน้ำแบบนี้ไม่ใช่ใครๆก็ไปได้นะ ต้องฝึกฝนและเรียนรู้กันส่วน ส่วนการดำน้ำที่รับความนิยมมากๆ ไม่ต้องว่ายน้ำเป็นก็ไปกันได้แบบฟินๆ ก็คือการดำน้ำตื้น หรือที่เรียกว่า Snorkeling เป็นการดำน้ำแบบผิวน้ำ สวมเสื้อชูชีพและใช้อุปกรณ์ Snorkel ที่มีหน้ากากและท่อหายใจอย่างง่ายๆ เป็นตัวช่วยในการชมโลกใต้ทะเลจากผิวน้ำ ซึ่งการดำน้ำแบบนี้แค่ไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวก็มีทัวร์ต่างๆ ให้บริการมากมาย และในวันนี้เราจะมาพาทุกคนไปเตรียมตัวสำหรับการออกทริปไปดำน้ำชมทะเลแบบดำน้ำตื้นกันนะ มาดูสิว่า อยากจะไปท่องทะเลไทยเราควรเตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง เช็คลิสต์ของมันต้องมี เตรียมพร้อมก่อนดำน้ำ เตรียมร่างกายให้พร้อม กิจกรรมดำน้ำถึงแม้ว่าจะเป็นการดำน้ำตื้นอย่างง่ายๆ แต่ก็ใช้พลังกายพอสมควรเลยนะ เพราะต้องนั่งเรือออกไปสักระยะเพื่อลงดำน้ำในจุดดำน้ำ แม้ว่าเราจะใช้ชูชีพในการพยุงตัวได้ไม่ต้องกลัวจมน้ำแต่ก็ต้องใช้เรี่ยวแรงพอสมควรกับการว่ายไปโลกใต้ทะเลอย่างเพลิดเพลิน ดังนั้นก่อนไปดำน้ำควรนอนพักให้เพียงพอ คืนก่อนวันไปดำน้ำควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือดื่มแต่เพียงพองาม เพราะไม่อย่างนั้นคุณอาจจะเพลียและเมาเรือได้ง่ายๆ เตรียมเสื้อชูชีพให้พร้อม โดยส่วนใหญ่แล้ว เวลาที่เราไปเที่ยวดำน้ำ เสื้อชูชีพทางทัวร์หรือผู้ให้บริการมักจะจัดไว้ให้ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ตรวจดูความเรียบร้อย เลือกขนาดที่พอเหมาะ และต้องมีสายรัดด้านล่างเพื่อช่วยให้การพยุงตัวสมดุล ทำความรู้จักกับ Snorke Snorkel เป็นอุปกรณ์ดำน้ำตื้นแบบง่ายๆ มีส่วนประกอบก็คือตัวหน้ากาก และท่อหายใจซึ่งเราต้องอมไว้แล้วหายใจผ่านทางนั้น สิ่งที่เราต้องทำเมื่อได้รับอุปกรณ์มาก็คือ ตรวจดูความเรียบร้อย ปรับขนาดสายให้พอดีกับเรา ตัวอุปกรณ์ Snorkel นั้นต้องใช้เป็นส่วนตัว ห้ามสลับกับใครนะเพราะมันต้องอมไว้ในปาก พกสเปรย์หรือผ้าเช็ดฆ่าเชื้อโรค ก็อย่างที่บอกว่า Snorkel เป็นอุปกรณ์ที่เราต้องใช้ของผู้ให้บริการ และมันก็ต้องอมไว้เพื่อหายใจ ดังนั้นเพื่อความสบายใจเราควรพกสเปรย์แอลกอฮอร์ หรือผ้าเช็ดทำความสะอาดแบบฆ่าเชื้อโรคได้ไปสักหน่อย ถึงแม้เค้าจะล้างทำความสะอาดมาอย่างดีแต่คงจะดีกว่าถ้าเราได้เช็ดน้ำด้วยอุปกรณ์ที่พกมา ครีมกันแดด แว่นตา และผ้าโพกผมไปดำน้ำทั้งนี้ แน่นอนว่ามันจะต้องแดดร้อนลมแรง ความดำกำลังจะมา ดังนั้น ใครที่ไม่อยากหยีตาจนตีนการ้องทักทายต้องพกแว่นกันแดดไปด้วยจ้า นอกจากจะมีดีที่กันแสงยูวีได้ ยังเป็นพร็อพให้ถ่ายรูปเก๋ๆได้อีก ส่วนงานผิวก็อย่าลืมครีมกันแดดไปด้วย ทาซ้ำได้บ่อยเท่าที่ต้องการเพราะแสงแดดเมืองไทยรับรองว่าไม่แพ้ชาติใดในโลกหล้า และที่สำคัญคือหมวกหรือผ้าโพกผมเพราะลมทะเลแรงมากหากไม่พกไปหัวคุณจะยุ่งเหยิงอย่างแน่นอน ผ้าเช็ดตัวแห้งไว ผืนเล็กก็ได้ ผืนใหญ่ๆ ก็ดี การไปเที่ยวดำน้ำมักจะเป็นทริปที่ดำน้ำหลายๆ จุด ดังนั้นเราควรจะต้องพกผ้าเช็ดตัวแบบแห้งไวไปด้วย เพราะขึ้นมาจากน้ำจุดนึงเราจะได้ใช้ซับตัว ซับหน้าซับผม และใช้ห่มคลุมกันแดดได้ แบบสบายๆตัว กระเป๋ากันน้ำ Dry Bag อันนี้เป็นไอเท็มที่สำคัญมากๆและควรมี เพราะทุกครั้งที่เราไปเที่ยวดำน้ำ หรือท่องเที่ยวอะไรที่มีโอกาสเสี่ยงกับการเปียกน้ำ เราต้องมีกระเป๋ากันน้ำดีๆ สักใบ ไว้ใส่อุปกรณ์ของจำเป็นที่ไม่ควรจะเปียก เช่น โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป กระเป๋าสตางค์ คีย์การ์ดห้องพักเป็นต้น กระเป๋ากันน้ำที่มีขนาดพอเหมาะ…

    Comments Off on วิธีเตรียมตัวก่อนไปดำน้ำ
  • บทความทั่วไป

    โรคคลั่งผอม

             ผู้หญิงชอบอวดรูปร่าง หน้าตา กันอยู่แล้วในสังคมปัจจุบัน ผู้หญิงหลายๆ คน จึงเลือกที่จะเข้าสู่โหมดไดเอทลดหุ่นให้ผอมเพรียว แขนขาเล็กเรียว เพื่อจะได้แช๊ะภาพมาอวดทางโลกโซเชี่ยลกับเพื่อนๆ แต่ในบางรายเมื่อ ยิ่งผอม ยิ่งกลัวอ้วนจนทำให้กลายเป็น โรคคลั่งผอม แล้วโรคนี้จะมีลักษณะอาการอย่างไรไปดูกันเลย  โรคคลั่งผอม คืออะไร? โรคคลั่งผอม หรือโรคอะนอเร็กเซีย เป็นความผิดปกติทางจิตใจชนิดหนึ่ง ที่ผู้ป่วยจะจดจ่อหมกมุ่นกับรูปร่างของตนเอง ต้องการให้ตนผอมลงเรื่อยๆ กลัวอย่างรุนแรงว่าตนเองจะอ้วน แม้ว่าจะผอมอยู่แล้ว หรือยิ่งผอมยิ่งกลัวอ้วนนั่นเอง ผู้ป่วยที่จัดว่าเป็นโรคคลั่งผอม คือผู้ที่น้ำหนักตัวลดลงลงอย่างน้อย จากน้ำหนักตัวปกติ ทำให้ผู้ป่วยจำกัดปริมาณอาหารที่ตนเองกิน หรือออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อให้น้ำหนักตัวลดลง คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคคลั่งผอม จะไม่มีความอยากอาหารโดยอัตโนมัติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ป่วยโรคคลั่งผอมจำนวนมาก ยังมีความอยากอาหารอยู่ แต่เมื่ออาการรุนแรงมากขึ้น ร่างกายของผู้ป่วย จะเกิดอาการปฏิเสธที่จะรับอาหารเข้าสู่ร่างกาย ทำให้แม้ว่าจะพยายามกินอาหารเข้าไป ก็จะอาเจียนอาหารเหล่านั้นออกมา โดยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ใครเป็นโรคคลั่งผอมบ้าง โรคคลั่งผอมจะพบได้มากในผู้หญิง มักเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น แต่ก็พบได้ในช่วงอายุอื่นเช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับรูปร่างของตนเอง เช่น นักแสดง นางแบบ หรือนักกีฬา มักเป็นผู้ที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้สูง และกับบางกลุ่มบุคคลที่ได้รับคำพูดกระทบกระทั่งเรื่องรูปร่าง จนทำให้สภาพจิตใจแย่ลง เครียดได้ง่าย และอาจมี โรคซึมเศร้า ร่วมด้วย อาการของโรคคลั่งผอม น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ในช่วงหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน ยังลดน้ำหนัก หรือจำกัดปริมาณอาหารต่อไป แม้ว่าจะผอมแล้ว หรือมีน้ำหนักตัวต่ำมาก มีพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ เช่น แอบกินอาหารโดยไม่ให้ใครรู้ รู้สึกว่าอ้วนอยู่ตลอดเวลา แม้เมื่อมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่สามารถประเมินน้ำหนักตัวที่เหมาะสมตามความเป็นจริงได้ ค้นหาความสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ และกดดันตัวเองอย่างหนัก มีอาการหดหู่ ซึมเศร้า กระวนกระวาย หรือหงุดหงิดง่าย ในผู้หญิง มักมีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือไม่มาเลย มีการใช้ยาถ่าย ยาขับปัสสาวะ และยาลดความอ้วน กินอาหารแล้วก็ต้องเอามือล้วงคอให้อ้วกออกมา การรักษาโรคคลั่งผอม ผู้ป่วยอาจปฏิเสธว่าตนไม่ได้ป่วยเป็นโรคนี้ และไม่ยอมเข้ารับการรักษา หรือกลัวว่าตนเองจะอ้วน เพื่อต้องเพิ่มน้ำหนักตัวให้ขึ้นมาอยู่ในระดับปกติ การรักษาจึงมักใช้หลายๆ วิธีพร้อมกัน เช่น การรักษาทางจิตวิทยา: เน้นไปที่การปรับความคิด และทัศนคติของผู้ป่วย รวมถึงการสร้างความคิดเชิงบวกเกี่ยวกับการกินอาหาร และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น การใช้ยา: อาจมีการใช้ยาต้านซึมเศร้าร่วมในการรักษา เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมความกระวนกระวาย และอาการซึมเศร้า ที่เกิดจากพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ สอนผู้ป่วยเรื่องการกินอาหารเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี และการมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม รวมไปถึงความสำคัญของ…

    Comments Off on โรคคลั่งผอม
  • ความเชื่อ,  บทความทั่วไป

    การเตรียมตัวขึ้นบ้านใหม่

    ทั้งปัจจุบันและในอดีตเรามีความเชื่อเกี่ยวกับการสร้างสิ่งปลูกสร้างหรือบ้านนั่นเอง การสร้างบ้านเสร็จก่อนจะเข้าไปอยู่ต้องทำบุญขึ้นบ้านใหม่เป็นความเชื่อมาตั้งแต่ครั้งโบราณว่าจะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข และเป็นการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ความเชื่อเช่นนี้นั้นตกทอดมาถึงยุคปัจจุบันเช่นกันเพียงแต่พิธีการต่างๆ นั้นอาจจะเปลี่ยนแปลงหรือตัดทอนลงไปบ้าง วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีพิธีการขึ้นบ้านใหม่ดังนี้ 1.จัดเตรียมข้าวของต่างๆ อันดับแรกก่อนจะทำพิธีกันก็ต้องจัดเตรียมเข้าของ เป็นต้นว่า พระพุทธรูป ดอกไม้ธูปเทียน ไม้มงคลต่างๆ รวมไปถึงพวกผลไม้สำหรับไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เช่นกล้วย มะพร้าว สาลี่ ทับทิม ส้ม อาจจะมีขนมไทยที่เป็นที่นิยมจำพวก ทองหยิบ ทองหยอด ทองเอก หรือขนมอื่นๆ ที่มีชื่อเป็นมงคลด้วยก็ได้ ทั้งนี้เพราะเป็นความเชื่อว่าทอง หมายถึงความร่ำรวย ผู้อยู่อาศัยภายในบ้านจะสุขสบายและร่มเย็นเป็นสุข 2.จัดหาผู้อาวุโส เมื่อจัดเตรียมข้าวของต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ให้หาคนที่มีอาวุโสผู้ชาย ทำการถือพระพุทธรูป เดินเข้าบ้านก่อนทั้งนี้มีความเชื่อว่า ให้พระนำหน้าจะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข จากนั้นให้ผู้อยู่อาศัยเดินตามผู้นำ แล้วให้นำพระพุทธรูปไปประดิษฐานยังห้องพระที่จัดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ 3.จัดเตรียมผลไม้ 5 อย่าง ผลไม้ 5 อย่างให้เตรียมไว้ พร้อมกับน้ำสะอาด ธูป เทียน จุดบูชาคุณพระศรีรัตนตรัย เพื่อเป็นการเคารพและอธิษฐานให้บ้านที่เราอยู่นี้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข 4.การไหว้และบอกกล่าวเจ้าที่ ว่าเราเข้ามาอยู่ใหม่ ขอให้ดลบันดาลความสำเร็จ ความสงบร่มเย็นเป็นสุข ความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนปกปักษ์รักษาสมาชิกภายในบ้าน อย่าให้สิ่งที่ไม่ดีต่างๆ มากล้ำกรายได้ 5.ข้าวสารอาหารแห้ง แนะนำให้จัดข้าวสารและอาหารแห้ง เช่นน้ำพริก น้ำปลา ปลากระป๋องต่างๆ น้ำดื่ม และจัดวางไว้บริเวณกลางบ้าน ตั้งแต่ก่อนจุดธูปเทียนไหว้พระ วิธีนี้เป็นเคล็ดที่จะทำให้บ้านมีความอยู่เย็นเป็นสุข เงินทองเจริญงอกงาม 6.ความเชื่อเรื่องผีบ้านผีเรือน ในชนบทบางแห่งเชื่อว่าตามเสาบ้านนั้นมีผีบ้านผีเรือนอาศัยอยู่ จึงมักจัดกระทงใบตองที่ประกอบไปด้วยอาหารคาวหวาน เหล้า บุหรี่ จากนั้นทำพิธีเซ่นผีบ้านผีเรือนที่ว่านี้ให้ออกมากินอาหาร แต่ทุกวันนี้ไม่ค่อยเห็นพิธีแบบนี้แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นพิธีทางพุทธเสียมากกว่า  การเตรียมตัวขึ้นบ้านใหม่หรือเข้าไปอยู่ในบ้านใหม่นั้นควรทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เป็นความเชื่อบางที่อาจจะไม่ต้องทำพิธีอะไรมากมาย แค่คิดดีทำดี ก็สามารถทำให้เราอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขได้ ดังนั้นจงเลือกทำตามความเชื่อของแต่ละคน เลือกที่เราสบายใจจะได้อยู่ในบ้านได้อย่างมีความสุขได้  

    Comments Off on การเตรียมตัวขึ้นบ้านใหม่
  • บทความทั่วไป

    Gadget สุดคูลล์ สำหรับวัยรุ่นยุคใหม่

    วัยรุ่นยุคใหม่ จะต้องเผชิญชีวิตที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้านโดยเฉพาะด้านการใช้ชีวิตประจำวันที่กำลังก้าวเข้าสู่ โลกยุคดิจิตอลแบบเต็มรูปแบบ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวล้วนแล้วแต่เป็นเทคโนโลยี ดังนั้นการตามเทรนด์ เพื่อไม่ให้เราตกกระแสและพลาดสิ่งดีๆที่น่าสนใจ วันนี้เรามีเทรนด์ Gadget  สุดคูลล์ สำหรับวัยรุ่นมาแนะนำไปดูกัน 1.แท็บเล็ต เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหนก็ต้องพึ่งเทคโนโลยีกันทั้งนั้น แถมเทคโนโลยียังช่วยงานประโยชน์ทั้งด้านการเรียน การทำงาน การพัฒนาสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในปัจจุบันมีการแข่งขันกันระหว่างแบรนด์ ซึ่งล้วนแล้วแต่นำเสนอเทคโนโลยีสุดล้ำมาเปิดตัวกัน แท็บเล็ตจึงจำเป็นและเป็น Gadget อีกหนึ่งอันที่น่าสนใจ 2.เครื่องปริ้นท์รูป แบบพกพา การปริ้นท์รูปออกมาอาจเป็นสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับโลกที่มีเทคโนโลยีดิจิตอลมากมาย เพราะการถ่ายรูปในปัจจุบันจะใช้กล้องดิจิตอลที่สามารถโหลดลงคอมและโพสต์ลงสื่อโซเชียลต่างๆ ได้เลย แต่บางครั้งการที่กระแสเทคโนโลยียิ่งไปไกลเท่าไหร่หลายๆสิ่งที่เป็นวิถีแบบเดิมๆยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้น เครื่องปริ้นท์รูปแบบพกพาจึงถือว่าเป็น gadgets สุดเก๋สำหรับวัยรุ่นได้ดีเลยทีเดียว ถ้าใครมียิ่งจะทำให้ดูมีสไตล์ อย่างแน่นอน 3.แท่นชาร์จแบตไร้สายด้วยสัญญาณ Wireless ถือว่าจำเป็นอย่างมากสำหรับการใช้สมาร์ทโฟน ทั้งหลายที่ต้องมีไว้คือที่ชาร์ตแบตสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมีการพัฒนารูปแบบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากสายที่หัก สายเกะกะเวลาชาร์จ ฉนวนหุ้มขาด ทำให้มีการผลิตแท่นชาร์ตแบบใหม่ที่เป็นแบบไร้สายWirelessเพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น แถมยังสามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนที่เป็นทั้งระบบ Android และ IOS อย่างไอโฟนได้ 4.หูฟังไร้สาย True Wireless นอกจากสายชาร์ตแล้วหูฟังไร้สายเรียกได้ว่าเป็น gadgets สุดคูลล์สำหรับวัยรุ่นแบบของมันต้องมีจริงๆเพราะปัจจุบันหูฟังแบบผ่าน Bluetooth ไร้สายกำลังได้รับความนิยม ชาร์ตแบตครั้งหนึ่งสามารถฟังได้นานติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้หูฟังแบบ True Wireless เป็นที่นิยม  5.เม้าส์ปากกาเขียนจอ เชื่อมต่อระบบ Android ได้ สำหรับเม้าส์ปากกาเขียนจอทั้งมือถือและแท็บเล็ต ที่เชื่อมต่อผ่านทั้ง Windows และ Android สามารถใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการวาดรูปต่างๆ เขียนแผนงานได้เลยจึงเป็น gadgets สุดคูลล์สำหรับวัยรุ่นที่ดีอีกชิ้นนึง 7.กล้องถ่ายรูป INSTAX มีพกติดต่อไว้คูลล์ๆเพิ่มความน่ารักให้แล้วยังสามารถเก็บความทรงจำได้อีกด้วยสำหรับกล้องINSTAX มีหลากหลายสีให้เลือกตามใจชอบ ภาพที่ถ่ายออกมาชัดเจนในทุกสถานการณ์ ดีงามขนาดนี้จะต้องมีแล้ว 8.Nintendo Switch Lite สำหรับคอเกมส์ Nintendo Switch Lite  ถึงราคาแพงแต่ก็ต้องมีเพราะเราสามารถหารายได้เองจริงอยู่ว่าไอเทมนี้ส่วนใหญ่จะถูกใจคุณผู้ชายแต่ก็มีบ้างสำหรับสาวๆสายฮาร์ดคอที่ชอบเล่นเกมส์ ดูจากรีวิวที่การันตีจากคนซื้อจริงแล้วถ้าคุณชอบจริงๆในราคาหลักพันปลายๆเราว่าคุณกล้าที่จะจ่ายแน่นอน    

    Comments Off on Gadget สุดคูลล์ สำหรับวัยรุ่นยุคใหม่